นายไต้ฝุ่น

posted on 27 May 2009 00:15 by kuzaabrabor in BuffTalk

      นอนหลับเร็วไม่รู้เพราะอะไรแต่ก็ตื่นมาแล้วรู้สึกตัวเองเต็มๆ ยังไงไม่รู้ เกือบหนึ่งปีแล้วสินะนี่ที่ผมใช้ชีวิตแบบซากๆ หลังจากความพินาศของครอบครัวที่มาจากพายุไต้ฝุ่นที่ชื่อ"คูซ่า" พัดกระหน่ำอาละวาดอย่างไม่ลืมหูลืมตา พายุนั้นรุนแรงเกรี้ยวกราดและไม่มีท่าทีจะหยุดลงได้ง่ายๆ ที่สุดพายุลูกนั้นก็ถูกผลักดันจากเมืองหลวงไปยังชายฝั่งทะเลอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้การฟื้นฟูสภาพบุคคลและพื้นที่ที่โดนทำลายนั้นเป็นไปอย่างไร้อุปสรรค

 

     พายุไต้ฝุ่นลูกนั้นเมื่อพัดมายังชายฝั่งปะทะกับลมแรงของทะเล ลมต่อลม...ที่สุดพายุนั้นก็ซาลงและจางหายไป เหลือไว้แค่ซากเน่าๆ ที่เคยเรียกกันว่า

 "ฅน"

 

     ฅนคนนั้นถึงกฏหมายลงโทษเขาไม่ได้แต่กฏแห่งกรรมกลับไม่ยอมละเลย ดังนั้นดอกเบี้ยและต้นทุนของบาปนั้นทุกบาททุกสตางค์เขาจึงต้องชดใช้อย่างไม่รู้วันจบสิ้น อิสระภาพจากคุกไร้ความหมายเมื่อเขานั้นถูกจองจำด้วยใจตัวเอง ทุกวันและตลอดเวลาแส้แห่งความสำนึกผิดจะโบยตีและมันเจ็บปวดจนไม่มีน้ำตาจะไหลออกมาเพื่อบรรเทาความเจ็บนั้นอีกต่อไป

 

      แล้วจากนั้นความหดหู่และหมดอาลัยตายอยากก็เข้ามาเงียบๆ มานั่งข้างๆ แล้วในที่สุดไปไหนมันก็ไปด้วยเหมือนเป็นเงาไม่เว้นแม้ในยามหลับ  ต่อมาด้วยพาเหรดยานอนหลับ ยาคลายเครียด ยาเคลือบกระเพาะ ยาพาราฯ สารพัดยาก็เข้ามาเป็นเพื่อนกลุ่มใหญ่  แน่นอนเพื่อนรักอย่างเหล้าและบุหรี่ย่อมไม่จากเขาไปไหนเช่นกัน

 

    ดูเหมือนว่าการลงโทษจะยังไม่พอ หลังการเพียรพยายามที่จะขอ"โอกาส"ที่จะแก้ตัว แต่การนิ่งเฉยและปกปิดแทบทุกอย่างจากครอบครัวก็คือคำตอบที่ทำให้เขาแทบบ้า แทนที่จะทำตัวให้ดีขึ้น นายไต้ฝุ่นกลับเลือกที่จะหลีกหนีความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดต่างๆ นั้นด้วยการหันไปสู่หนทางที่จะทำให้ตัวเองตกต่ำลงไปเรื่อยๆ และสุดท้ายเมื่อมันถึงที่สุดร่างกายก็ส่งสัญญาณเตือนให้เขารู้ว่าหากเขายังไม่คิดที่จะรักแม้แต่ชีวิตตัวเองแล้ว  เขาจะยังสามารถไปรักใครได้อีกเล่า

 

    นาทีแห่งการเฉียดตายของจริงที่ไม่ขำอย่างที่เขียนนั้นทำให้นายไต้ฝุ่นเหมือนคนที่ปลดล๊อคตัวเองจากสิ่งที่พันธนาการเพื่อเตรียมตัวที่จะไปสู่สวรรค์อย่างที่เขาฝันเอาไว้ แม้หากเทียบกับพฤติกรรมก่อนหน้ามันจะดูเหมือนว่าถนนเส้นที่่ว่าคงจะเลี้ยวสู่ Hell Land แทนก็ตาม

 

    และชั่ววูบของวินาทีใดวินาทีหนึ่งนั้นจะเป็นด้วยอุปาทานหรืออะไรก็ตามแต่ นายไต้ฝุ่นก็ได้ยินเสียงหนึ่ง เสียงผู้ชายที่คะเนดูแล้ว อายุก็คงไม่หนีห่างกันนัก เสียงนั้นเรียกให้นายไต้ฝุ่นหยุดจากนั้นก็เริ่มถามคำถามหนึ่งกับนายไต้ฝุ่น (ขออนุญาตสงวนคำถามและคำตอบของคำถามนั้นไว้กับตัวนายไต้ฝุ่นตลอดกาล) เมื่อตอบออกไปแล้วเสียงนั้นก็บอกว่าให้กลับไปแล้วจะช่วยแต่ห้ามลืมทำตามที่รับปากเอาไว้ในครั้งนี้เด็ดขาด

 

    นายไต้ฝุ่นฟื้นมาแบบงงๆ อาการเจ็บบรรเทาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะมึนๆ งงๆ ต่อมาทั้งวันแต่สิ่งหนึึ่งที่ไม่ลืมคือเสียงคำถามของหนุ่มนิรนามนั้นและคำตอบของตัวเองที่ตอบออกไป  เขาเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเองไ่ม่ยอมบอกใครเพราะลำพังไม่พูดไม่ทำอะไรเพี้ยนๆ ก็ถูกมองว่าเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ปากคนยาวกว่าปากกาฉันท์ใดก็ฉันท์นั้นกิตติศัพท์ของนายไต้ฝุ่นรวมทั้งผลงานวีรเวรที่เขาก่อไว้ล้วนเป็็นที่เล่าลือแบบบิดๆ เบี้ยวๆ และพิลึกกึกกือกว่าที่มันควรจะเป็น

    เขียนไปเริ่มออกแนวเพ้อเจ้อขึ้นทุกทีอันนี้สุดแล้วแต่ใครจะคิด มันเป็็นสิทธิ์ของคุณ

 

    อย่างไม่คิดเลยว่าเรื่่องวิกฤติมันจะเป็นโอกาสได้ เพราะพอคุณแม่ของนายไต้ฝุ่นทราบอาการป่วยของเขา วันนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาคุณแม่ได้กรุณาโทรมาและได้ทำให้นายไต้ฝุ่นรู้เป็นนัยว่าการลงโทษนั้นใกล้จบลงแล้ว ไม่ว่าเหตุผลที่แท้จริงจะมาจากความเวทนาหรือการอภัยอย่างแท้จริงก็ตาม แต่มันอาจเป็นสิ่งที่นายไต้ฝุ่นเฝ้ารอให้มาถึงอยู่ทุกเมื่่อเชื่อวันก็ได้.......

 

....  "การปลดปล่อย"  ....

 

    นายไต้ฝุ่นไม่อยากนอน เฝ้ามองแต่นาฬิกาให้ถึงตอนเช้าเร็วๆ ถึงคุณแม่คงจะไม่มาแต่เช้าตรู่หรอกก็ตาม เฝ้าแต่ขอให้สิ่งที่หวังไว้เป็นจริง ได้โปรดเถอะ ได้โปรดเถอะ ขอให้ใช่ด้วยเถอะครับคุณแม่ครับ 

 

 

Comment

Comment:

Tweet